ข่าวปลอมระบาด social!!

ในยุคที่ทุกคนต่างก็สามารถเข้าถึงได้อินเตอร์เน็ตอย่างง่ายดาย เพียงแค่คุณมี Smart Phone และโปรโมชั่นอินเตอร์เน็ต ซึ่งในยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นเด็กชั้นประถม หรือคนแก่ อายุ 60 – 70 ปี ต่างก็มี Smart Phone ไว้ใช้เป็นช่องทางติดต่อสื่อสาร และใช้ในการหาข้อมูล อ่านข่าวต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

11111

อย่างไรก็ตามการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วนั้น ไม่ได้เป็นตัวรับประกันว่าจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเสมอไป เนื่องจากปัจจุบัน เรามักจะพบปัญหาการแชร์ข่าวปลอม หรือข่าวที่ผิดพลาด เนื่องจากการอ่านข่าว แต่ไม่ได้ดูหรือตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว อีกทั้งยังมีเว็บไซต์จำนวนมากพยายามปลอมแปลงชื่อเว็บไซต์ให้ใกล้เคียงกับสำนักข่าวออนไลน์ เพื่อเป็นการหลอกลวงให้คนจำนวนมากเข้ามาอ่านข่าวในเว็บของตน เพื่อที่ตนจะได้เงินจากการโฆษณา โดยเจ้าของเว็บไซต์ข่าวปลอมเหล่านั้นจะได้รายได้จากการคลิกเว็บไซต์แต่ละครั้ง ซึ่งเรียกกันว่า “Clickbait”

หลาย ๆ ครั้งที่เว็บ ClickBait มักจะสร้างข่าวปลอมขึ้นมา โดยการนำรูปภาพต่าง ๆ ประกอบ และสร้างเรื่องราวให้เป็นที่สะเทือนใจ สะเทือนอารมณ์ต่อผู้ที่พบเห็นข่าว ซึ่งข่าวเหล่านี้มักจะได้รับความสนใจ และได้รับการแชร์ส่งต่อเป็นจำนวนมาก ซึ่งตรงนี้หากผู้ที่พบเห็นไม่ได้อ่านให้ดี หรืออ่านเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวที่ถูกต้อง หรือน่าเชื่อถือแหล่งอื่น ๆ ก็จะทำให้ผู้ที่ถูกนำรูปไปใช้ในเนื้อหาข่าวเสียหายได้ ซึ่งหากเป็นข่าวที่ไม่ดี ตัวอย่างเช่น ข่าวสาวทวงหนี้คุณยายและใช้มีดฟันปากคุณยาย ซึ่งตรงนี้ในความเป็นจริง คือยายคนนั้นเป็นโรคมะเร็งช่องปาก แต่เว็บ Clickbait สร้างข่าวหลอกลวง ทำให้รูปสาวถือมีดที่ถูกนำมาใช้ในข่าว ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงคือเอารูปมาจากที่อื่น และไม่ได้เกี่ยวข้องกับยายคนดังกล่าวแม้แต่น้อย ซึ่งตรงนี้หากผู้เสพข่าวไม่ใช้วิจารณญาณในการอ่านข่าว ใช้แต่เพียงอารมณ์ก็จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ และใช้ถ้อยคำที่รุนแรงในการวิจารณ์ ซึ่งข่าวปลอมนี้ส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของบุคคลที่ถูกนำภาพมาแอบอ้างได้

ส่วนข่าวที่มีการแชร์เกี่ยวกับความเชื่อที่ผิดต่าง ๆ เช่น การกินโซดากับโยเกิร์ตช่วยลดความอ้วน ซึ่งเป็นข่าวปลอม และมีการพิสูจน์แล้วว่าไม่สามารถช่วยลดความอ้วนได้ แต่กระแสความเชื่อผิด ๆ นี่กระจายสู่วงกว้างอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้คนต่างก็หวังจะลดความอ้วนโดยวิธีลัด

อย่างไรก็ตาม ผู้เสพข่าวเองควรจะต้องเสพข่าวอย่างมีสติ ดูว่าแหล่งข่าวเชื่อถือได้หรือไม่ เป็นเว็บไซต์ของสำนักข่าวจริง ๆ หรือพยายามทำชื่อเว็บไซต์ให้คล้าย อีกทั้งก่อนแชร์ ก่อนโพสต์วิจารณ์ใด ๆ ควรใช้สติ ทบทวน ก่อนทุกครั้ง เพราะโลกอินเตอร์เน็ตเป็นโลกที่กระแสความเคลื่อนไหวเร็วมาก และการรู้จักใช้สติ และวิจารณญาณก็จะช่วยให้เราได้ข้อมูลที่ถูกต้อง และไม่ตกเป็นเหยื่อของเว็บไซต์ที่ฉวยโอกาสเหล่านั้นด้วย

 

7 สถานที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่มีสถานที่ให้ท่านได้ท่องเที่ยวอยู่มากมาย แต่ผมจะนำเสนอสถานที่ 7 สถานที่ ที่ท่านมาเที่ยวเชียงใหม่แล้วห้ามพลาด มีดังนี้

1.บ่อน้ำพุร้อนอำเภอสันกำแพง

บริเวณภายในบริเวณบ่อน้ำพุร้อนมีการตกแต่งสถานที่ด้วยสวนดอกไม้สวยงามนั้นมีห้องอาบน้ำแร่ ส่วนบริเวณที่จัดไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวนั่งพักแช่เท้านั้นในลำธารอุ่นๆ จะมีสระน้ำแร่สำหรับเด็ก ๆ และ มีการจัดบริเวณสำหรับให้นักท่องเที่ยวนำไข่ไปต้ม รวมถึงที่พัก สถานที่กางเต็นท์ และ ร้านอาหาร ให้บริการอยู่ภายในบริเวณนั้นด้วย

2.ดอยอ่างขาง
ดอยอ่างขาง จากสิ่งธรรมชาติกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดอันดับท็อปๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องด้วยพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ที่ได้ทรงเปลี่ยนสภาพจากภูเขาซึ่งถูกตัดไม้ทำลายป่ามาเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีธรรมชาติที่สวยสดงดงามและยังเป็นที่อยู่ของชาวไทยภูเขาเผ่าจีนฮ่อ ไทยใหญ่ มูเซอร์ดำ และ ปะหล่อง มากกว่า 600 ครัวเรือน การเดินทางสู่ดอยอ่างขางนั้นจะต้องใช้เส้นทางที่ลาดชัน ดังนั้นคนขับรถต้องระมัดระวังและต้องมีความชำนาญ และ ควรตรวจสภาพรถยนต์ให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง

ดอยอ่างขาง.indexed

3.ดอยม่อนแจ่ม
ดอยม่อนแจ่ม ตั้งอยู่ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จะห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ราวประมาณ 40 นาที โดยม่อนแจ่มจะตั้งอยู่ บนสันเขาบริเวณหมู่บ้านม้งหนองหอย เดิมบริเวณนี้ ชาวบ้านเรียกกันว่า กิ่วเสือ เป็นป่าที่รกร้าง อดีตชาวบ้านเข้ามาแผ้วถางเพื่อปลูกฝิ่นจนในที่สุดโครงการหลวงมาขอซื้อพื้นที่เพื่อนำเข้าโครงการหลวงหนองหอย จึงกลายเป็นสถานที่แห่งใหม่และติดอันดับต้นๆของเชียงใหม่อยู่เหมือนกัน

4.วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร
วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เป็นวัดที่ตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางของตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ โดยแต่เดิมที่นี่เคยใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองของอาณาจักรล้านนา  วัดเจดีย์หลวงวรวิหารเป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับการบูรณะมาหลายสมัย โดยเฉพาะพระเจดีย์ ที่ปัจจุบันมีขนาดความกว้างด้านละ 60 เมตร เป็นองค์พระเจดีย์ที่มีความสำคัญที่สุดองค์หนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่

  1. สวนบ่อแก้ว
    สวนบ่แก้วเป็นสถานีทดลองการปลูกพรรณไม้บ่อแก้ว (สวนบ่อแก้ว) อยู่บนเส้นทางสายฮอด-แม่สะเรียง กิโลเมตรที่ 36 สถานีฯ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจวัตถุดิบเพื่อจะทำเยื่อกระดาษ เป็นแปลงที่ทดลองปลูกพืชจำพวกสน และพวกยูคาลิบตัส รวมเนื้อที่ทั้งหมด 2,072 ไร่ อากาศของที่นี่ค่อนข้างชื้นและเย็นตลอดปี งามด้วยทิวสนที่ปลูกอย่างเป็นระเบียบที่งามตาจึงทำให้บริเวณสถานีกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่งของในจังหวัดเชียงใหม่ครับ

6.ปางช้างแม่สา
“ปางช้างแม่สา” ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองไม่มากนัก จะใช้เวลาในการขับรถจากตัวเมืองมาถึงปางช้างภายในเวลาประมาณ 20 นาที โดยคุณสามารถสัมผัสได้กับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อยู่ตลอดสองข้างทางไปจนถึงปางช้างแม่สาเลยครับ ปางช้างแม่สาจะเปิดทำการทุกวัน เริ่มตั้งแต่เวลา 7.30 ไปจนถึง 14.30 น มีการแสดงต่อวัน วันละ 3 รอบ คือเวลา 8.00, 9.40, และ 13.30 น.

7.ขุนช่างเคี่ยน
ขุนช้างเคี่ยน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย ในช่วงปลายธันวาคม ไปจนถึงปลายเดือนมกราคม จะเป็นช่วงที่ดอกพญาเสือโคร่าง บานสะพรั่ง เป็นสีชมพูทั่วบริเวณสถานีวิจัย และ ศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน ซึ่งอยู่เลยพระธาตุดอยสุเทพขึ้นไปราวประมาณ 12 กิโลเมตร แต่เส้นทางค่อนข้างจะแคบ และ คดเคี้ยวอยู่ตลอดทาง การเดินทางจะลำบากนิดนึง แต่ถ้าไปถึงจะรู้สึกคุ้มค่ากับความยากลำบากมากเพราะสถานที่นี้เป็นสถานที่นิยมเรียกอยู่อย่างหนึ่ง คือ ซากุระเมืองไทย นั้นเองครับ