สุดยอดเทคนิคการเช่ารถ รู้ไว้แล้วคุณจะกลายเป็นสุดยอดนักเช่ารถ!

สุดยอดเทคนิคการเช่ารถ รู้ไว้แล้วคุณจะกลายเป็นสุดยอดนักเช่ารถ!

  • ถ่ายรูปเกจน้ำมันและเลขไมล์

อย่างที่ทราบกันแล้วว่า ทางบริษัทรถเช่าส่วนใหญ่จะเติมน้ำมันเต็มถังให้ผู้เช่า ซึ่งเมื่อผู้เช่านำรถเช่ากลับมาคืน ทางผู้เช่าเองต้องเติมน้ำมันคืนเต็มถังเช่นกัน ซึ่งทางรถเช่าเชียงใหม่ก็ใช้ระบบนี้เช่นกันค่ะ

ซึ่งหลายๆท่านอาจเจอปัญหา หลังจากรับรถเสร็จ ขับรถไปได้ไม่กี่กิโลเมตร น้ำมันลดลงไป 1 ขีด !!!! (ซึ่งถ้าน้ำมันเต็มถังจริงๆรถ Jazz / City กรณีวิ่งในเมือง (รถติด) ขีดบนสุดจะวิ่งได้ราวประมาณ 65 – 75 kg ซึ่งหากวิ่งในต่างจังหวัดรถไม่ติดจะวิ่งได้กิโลเมตรมากกว่านั้นค่ะ ส่วนขีดอื่นๆก็จะวิ่งได้ ~ 50 km/ขีด)

เหตุการณ์เเบบนี้มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง เมื่อมีผู้เอารถมาคืน บางครั้งทางบริษัทรถเช่าก็จะส่งรถให้ผู้เช่ารายต่อไป โดยดูแค่ว่าเกจของน้ำมันเต็มอยู่ ไม่ได้เติมน้ำมันให้เต็มจริงๆ ซึ่งจริงๆแล้วน้ำมันลดลงไปบางส่วนจากผู้เช่ารายก่อนหน้าที่ขับรถมาคืน

เทคนิค คือ เมื่อท่านรับรถให้ถ่ายรูปของเกจน้ำมัน และ เลขไมล์ไว้เลยก็ดีค่ะ (เอาไว้ในรูปเดียวกันนะคะ) แล้วพอเกจน้ำมันตกลงมาหนึ่งขีดก็ถ่ายไว้อีกก็ได้ แล้วมาคำนวณว่าขีดบนสุดวิ่งได้เท่าไร เพื่อเป็นหลักฐานในการแจ้งบริษัทรถเช่าให้ทราบเมื่อคืนรถนะค่ะ (น้ำมันตอนคืนรถเช่าก็เติมให้ขีดเกจเต็มก่อนนะคะ เพื่อเป็นการป้องกันปัญหา) เพราะปกติทางบริษัทรถเช่าจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบในส่วนน้ำมันที่ขาดหายไปค่ะ

รถเช่าเชียงใหม่

  • ประกันชั้น 1 ไม่ได้คุ้มครองทุกอย่าง

ถึงแม้รถเช่าจะทำประกันชั้น 1 เพิ่ม 214 บาทต่อวันแล้ว หรือยอมซื้อคูปองแบบ no deduct ก็แล้ว ก็ยังมีในสิ่งที่ประกันไม่คุ้มครองอยู่นะคะ เช่น กรณีรถหาย, ความเสียหายภายในรถทุกกรณี เช่น เบาะขาด, อุปกรณ์ในรถที่ติดมากับรถสูญหาย, ยางอะไหล่รถ เช่น หน้ายางเสีย , กุญแจรถหาย เป็นต้น

ถ้ารู้อย่างนี้แล้วก็ต้องระมัดระวังสิ่งที่ประกันไม่ได้คุ้มครองด้วยนะคะ

  • ในช่วงเทศกาล (Blackout period /Peak period) เช่ารถกับบริษัทรถเช่าท้องถิ่นจะถูกกว่า

ในช่วงเทศกาลรถในบริษัทใหญ่ที่มีหลายสาขาทั่วประเทศ จะต้อง Charge เพิ่มประมาณ300- 500 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับค่าคูปอง ค่าเช่ารถแล้วรวมๆก็ประมาณราคา 1100 – 1200 บาทต่อวัน เมื่อเทียบกับราคารถเช่าท้องถิ่นซึ่งจะอยู่ราวๆ 900 – 1200 บาทต่อวัน การเช่ารถท้องถิ่นก็จะคุ้มกว่าค่ะ (บริษัทรถเช่าท้องถิ่นนายท่านลอง Search ใน Internet ดูก่อนเล่นๆได้นะคะ ยกตัวอย่างเช่น หน้าหนาวอยากเที่ยวดอยที่เชียงใหม่อยาก เช่ารถเชียงใหม่ ลองSearch ง่ายๆดูค่ะ รถเช่าเชียงใหม่ จะโชว์ผลลัพท์ให้นายทายเต็มจอเลยละค่ะ หรือจะไปเช่าที่ไหนก็ใส่สถานที่นั้นลงไปได้ค่ะ)

อย่างไรก็ตามรถเช่าท้องถิ่นควรจองล่วงหน้า1 – 2 เดือน หรือนานๆได้ยิ่งดี เนื่องจากบริษัทท้องถิ่นจะมีรถจำนวนไม่มากเท่าบริษัทใหญ่ๆ และยิ่งเป็นช่วงเทศกาลจะหารถยากมากๆค่ะ

* ช่วงเวลาปกติการเช่ารถด้วยคูปองรถเช่ากับบริษัทใหญ่ๆ จะถูกกว่าการที่เราไปเช่ารถบริษัทรถเช่าท้องถิ่นบางแห่งค่ะ

  • Request รถเช่าติดฟิล์มกรองแสง หรือ ความอำนวยความสะดวกต่างๆภายในรถ

รถเช่าของในบริษัทใหญ่ๆ เช่น AVIS ปกติรถจะไม่ติดฟิล์มกรองแสง แต่ช่วงหลังๆทาง AVIS เริ่มมีการทยอยเปลี่ยนรถเช่าจากเดิมที่ไม่มีการติดฟิล์มกรองแสง เป็นรถใหม่ที่มีการติดฟิล์มกรองแสงแล้ว แต่ก็ยังมีรถเก่า / รถใหม่ปนๆกันอยู่

เทคนิค คือ เมื่อตอนโทรจองให้ลอง Request รถเช่าที่ติดฟิล์มกรองแสงครับ ถ้ามีรถเหลือทางบริษัทจะทำการ Booking ให้ ดีกว่าปล่อยให้เป็นไปตามดวงครับ

 

Seoul, Korea I

Seoul, Korea I

seoul-korea-i

 

อันยองฮาเซโย อ๊ะ! ลืมตัว สวัสดีค่ะผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน ช่วงนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยใช่ไหมล่ะคะว่าประเทศเกาหลีเข้ามามีอิทธิพลกับบ้านเราพอสมควร สังเกตได้จากซีรีส์เกาหลีที่ถูกพูดถึงเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เราเชื่อว่าคงมีสาว ๆ หนุ่ม ๆ หลายคนที่ได้เห็นประเทศเกาหลีผ่านหน้าจอ และคงอยากจะหาโอกาสไปเที่ยวสัมผัสบรรยากาศแบบนั้นจริง ๆ บ้าง วันนี้เราจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลีที่บอกเลยว่าถ้ามาถึงแล้วห้ามพลาดโดยเด็ดขาดมาแนะนำกันค่ะ

สถานที่แรกที่เราอยากจะแนะนำก็คือ N Seoul Tower ค่ะ ที่นี่สามารถเดินทางโดยการนั่งรถไฟใต้ดินสายที่ 3 และ 4 มาลงที่สถานี Chungmuro เดินออกทางออกที่ 2 จากนั้นต่อรถโดยสารประจำทางสาย 02 และ 05 มาลงที่ N Seoul Tower ได้เลยค่ะ โดยที่แห่งนี้จะตั้งอยู่บนเขานัมซานและเป็นพิกัดที่เรียกได้ว่าใครมาเที่ยวเกาหลีจะต้องไป ไม่อย่างนั้นจะถือว่ามาไม่ถึงนะคะ กิจกรรมเด่น ๆ ของที่นี่ก็คือการคล้องกุญแจคู่รักค่ะ เพราะมีความเชื่อที่ว่าเมื่อเราเขียนชื่อตัวเองกับคู่รักแล้วคล้องกุญแจไว้ คู่ของเราจะไม่พรากจากกันนั่นเอง นอกจากนั้นแล้วบรรยากาศของที่แห่งนี้ก็สุดแสนจะโรแมนติก การเดินทางขึ้นไปทำกิจกรรมข้างบนจะต้องเดินขึ้นเขา จึงเห็นคู่รักจำนวนมากที่เดินคล้องแขนกันไปอย่างมีความสุข และยังไม่หมดแค่นั้นค่ะ ที่นี่ยังมีจุดชมวิวแบบ 360 องศา เรียกได้ว่า สามารถมองเห็นเกือบทั่วกรุงโซลเลยทีเดียว และสำหรับคนรัก Teddy Bear ยิ่งพลาดไม่ได้ใหญ่เลยค่ะ เพราะ N Seoul Tower มีพิพิธภัณฑ์ Teddy Bear ให้ได้เข้าไปชมกันอีกด้วย แต่อยากจะกระซิบสักเล็กน้อยว่าถ้าใครหลงรักบรรยากาศโรแมนติกแบบสุด ๆ แนะนำให้ไปตอนกลางคืนนะคะ เพราะแสงไฟของ N Seoul Tower ในเวลากลางคืนนั้น จะสวยจนยากจะลืมเลยทีเดียว

ถ้าใครเป็นสายช็อปจะพลาดตลาดเมียงดงไม่ได้โดยเด็ดขาด เพราะที่นี่ถือเป็นสวรรค์ของเหล่านักช็อปเลยทีเดียว การเดินทางไปตลาดเมียงดงทำได้ไม่ยาก สามารถนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาลงที่สถานี Myeong-dong สาย 4 เดินออกมาทางออก 6 และเมื่อเดินขึ้นมาแล้วให้เลี้ยวซ้ายตรงหัวมุมร้าน Migliore ก็จะเจอตลาดเมียงดงเลยค่ะ มาพูดถึงของที่ขายกันบ้างดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง ที่นี่เรียกได้ว่ามีของขายที่สาว ๆ หนุ่ม ๆ เกือบทุกคนต้องปลื้ม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ และที่สำคัญเครื่องสำอางมีเยอะหลากหลายแบรนด์มาก ๆ นอกจากนั้นแล้วในช่วงเย็นจะมีอาหารทั้งคาวหวานมาขายด้วยนะคะ

สำหรับสถานที่ทั้งสองบอกเลยว่าต่างสไตล์แต่ความประทับใจกินกันไม่ลงเลยทีเดียวค่ะ บทความหน้าเรายังมีสถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลีที่ห้ามพลาดมาให้ผู้อ่านได้ติดตามกันต่อ เพราะฉะนั้นอย่าพลาดเด็ดขาดเลยนะคะ